หางาน

ตกงานทำอย่างไรให้รอด

ตกงานในปัจจุบันถือว่าเป็นปกติอย่างมากเพราะว่ามีการแข่งขันสูงมากในการทำงานเมื่อเราทำงานที่ได้รับมอบหมายไม่ได้บริษัทก็มีโอกาสที่จะไล่เราออกหรือสาเหตุเกิดจากที่เราลาออกเองเพราะทนแรงกดดันจากการทำงานไม่ไว้เพราะฉะนั้นวันนี้เรานำเสนอวิธีทำให้ตัวเองมีภูมิคุ้มกันเมื่อต้องเจอกับสภาวะตกงานหรือต้องเปลี่ยนงานใหม่กันซึ่งมีดังต่อไปนี้

1.คิดว่าเป็นเรื่องสนุก
คิดซะว่าเราได้พักร้อนเป็นโอกาสที่เราเหนื่อยจากการทำงานมามากได้พักผ่อนสมองอาจจะออกไปเที่ยวทำอะไรที่ไม่ได้อยากทำมานานเพื่อให้ร่างกายและจิตใจพร้อมจะก้าวเดินก้าวใหม่ต่อไปได้อย่างเต็มที่

2.หาอะไรทำไม่ให้ตัวเองว่าง
เมื่อเราว่างจิตเราก็จะคิดฟุ้งซ่านว่าจะหางานใหม่ได้ไหมเราต้องทำตัวเองให้ไม่ว่างหาอะไรทำเช่นอ่านหนังสือเล่นคอมพิวเตอร์หรือปลูกต้นไม้ดูทีวีเพื่อให้เราคิดถึงเรื่องอื่นและไม่กังวลเรื่องที่ผ่านไปแล้ว

3.ออกไปพบปะผู้คน
เมื่อเราอยู่คนเดี๋ยวเราก็คงรู้สึกเหงาเราอาจจะออกไปหาเพื่อนฝูงหาคนรู้จักแลกเปลี่ยนเรื่องต่างๆเพื่อให้สมองปลอดโปร่งไม่คิดมากวิธีนี้ช่วยให้คุณไม่คิดมากซึ่งดีกว่าการนั่งอยู่บ้านเฉยๆไปวันๆ

4.ติดตามข่าวสารให้มากขึ้น
เมื่อมีข่าวที่เกี่ยวข้องกับการทำงานเราอาจจะศึกษาเรื่องต่างๆนั้นไว้เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับการหางานใหม่ของเราใครจะรู้ว่าการติดตามข่าวสารเนี่ยแหละทำให้คนได้งานดีๆมามากแล้ว

5.ติดตามการรับสมัครงานของบริษัทต่างๆ
ไม่เพียงแต่ติดตามข่าวสารเราก้ติดตามตำแหน่งงานที่เปิดรับตามเว็บไซต์จัดหางานต่างๆด้วยหรือเราอาจจะไปตามงานที่จัดตามสถานที่ต่างๆเราไปที่เดียวอาจจะสมัครได้ถึงสิบๆบริษัทเลยซึ่งประหยัดเวลา

6.ส่งอีเมล์หรือจดหมาย
พยายามฝึกการเขียนจดหมายสมัครงานหรืออีเมล์สมัครงานให้ถูกต้องและดีที่สุดเพื่อให้จัดหมายของเรานั้นโดดเด่นและเป็นที่น่าสนใจมากที่สุดตั้งใจเขียนไม่คิดว่าเป้นเรื่องไม่สำคัญเด็ดขาดเพราะจดหมายสมัครงานเนี่ยแหละสำคัญที่สุดในการสมัครงานเลยทีเดียว

7.ประหยัดให้มากขึ้น
เมื่อเราไม่มีรายได้ประจำอีกต่อไประหว่างการรอหางานใหม่เราก็ต้องประหยัด่าใช้จ่ายให้มากขึ้นสิ่งไหนไม่จำเป็นเราก็ต้องประหยัดเช่นการกินอาหารมื้อแพงๆเราก็อาจจะจำนวนครั้งลงบ้างเพราะตอนนี้เราไม่มีรายได้อาจจะใช้วิธีเขียนรายรับรายจ่ายเพื่อให้สะดวกต่อการตรวจสอบย้อนหลัง

8.มีกำลังใจอยู่เสมอ
กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกเรื่องไม่ว่าเราจะทำอะไรเราต้องการกำลังใจเสมอเมื่อเรามีกำลังใจแล้วเรื่องอื่นๆก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแน่นอนเพราะกำลังใจเป้นรากฐานของการต่อสู้อุปสรรค

9.ไปสมัครงาน
เมื่อเราพร้อมทุกอย่างเราก็ออกไปสมัครงานได้เลยโดยต้องไม่ลืมว่าเรามีประสบการณ์ในการทำงานมาแล้วซึ่งตรงนี้เป้นข้อได้เปรียบผู้สมัครคนอื่นอย่างแน่นอนใช้มันให้เกิดประโยชน์

10.หาเส้นทางอื่นสำรอง
เราไม่จำเป็นต้องมีทางเลือกเดียวเสมอไปถ้าเราสมัครงานแล้วไม่ได้งานเราไม่จำเป้นต้องเสียใจหรือผิดหวังเพราะถ้าคิดซะว่ายังมีอีกหลายงานรอเราอยู่เราก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีกต่อไป

ข้อคิดดีๆเพื่อพิชิตงานใหม่

เมื่อเราเริ่มต้นงานแรกๆเราจะรู้สึกว่าอะไรก็ยากไปหมดและไม่สามารถปรับตัวได้ทันสำหรับบางคนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลให้ต้องปรับตัวอยู่นานหรือต้องเปลี่ยนงานไปเลยเพราะไม่สามารถเห็นแรงกดดันได้ต่อไปในวันนี้เรามีเทคนิคที่จำเป็นในการรับมือกับการเริ่มงานสำหรับมือใหม่ให้ได้รู้กันซึ่งมีดังนี้

1.คิดว่าตัวเองไม่ได้เก่งทุกอย่างไว้เสมอ
เมื่อเราเรียนจบใหม่ๆก็ต้องมีการอยากลองวิชาความรู้ที่ได้เรียนมาอย่างแน่นอนแต่อย่าลืมว่าการทำงานจริงกับการเรียนนั้นนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเราอาจจะเก่งในห้องเรียนแต่เมื่อมาทำงานแล้วเราก็ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดทั้งการเรียนรู้สิ่งต่างๆที่จำเป็นในการทำงานและการทำงานร่วมกับผู้อื่นถ้าเราไม่ยอมรับในข้อนี้และคิดว่าตัวเองเก่งเราก็จะทำงานผิดพลาดได้เพราะเราไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานเลยระลึกไว้เสมอว่าต้องทำตัวให้เป็นเหมือนแก้วที่มีน้ำครึ่งใบพร้อมที่จะรับสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ


2.เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ
เมือบริษัทมีกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานเราต้องหาโอกาสไปให้ได้เพราะนี้เป็นโอกาสสำหรับเด็กใหม่ในการทำความรู้จักเพื่อนร่วมงานและรุ่นพี่ในบริษัทยิ่งเรารู้จักคนมาเท่าไรยิ่งดีเพราะเมื่อเรามีปัญหาในการทำงานเราก็สามารถปรึกษาพวกเขาเหล่านั้นได้แต่เราต้องไม่ตามเขาเหล่านั้นเสมอไปถ้าเราคิดว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ถูกต้องเช่นการกลั่นแกล้งพนักงานคนอื่นหรือฉอโกงบริษัทเป็นต้น


3.รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย
การทำงานมีการแข่งขันตลอดเวลาเช่นการแข่งขันทำผลงานระหว่างแผนกแผนกไหนชนะก็จะได้โบนัสมากขึ้นเมื่อเราชนะเราก็ไม่ควรเยาะเย้ยผู้แพ้และเมื่อเราเป็นผู้แพ้ก็ไม่ควรหมั่นไส้หรือโกรธเคืองผู้ชนะควรจะยินดีให้กับผู้ชนะและโอกาสหน้ามาแข่งกันใหม่ถ้าเราอยากชนะเราก็ต้องทำงานให้เต็มที่และทำงานให้เป็นทีมมากขึ้นเพื่อชัยชนะเป็นต้น


4.ต้องทราบจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง
ไม่มีใครที่ทำงานแรกๆแล้วจะเก่งไปทุกอย่างคนเรามีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนเมื่อเราทราบจุดแข็งของเราดีแล้วว่าเรามีจุดแข็งในการทำอะไรบ้างเช่นเราสามารถพูดคุยกับลูกค้าให้ลูกค้าเชื่อถือได้มากเราก็นำจุดแข็งนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการทำงานต่อมาเราก็ต้องทราบจุดอ่อนของตัวเองเช่นเราไม่สามารถที่ต้องใช้ความละเอียดสูงได้เช่นการทำงานในการคำนวณที่ละเอียดเราก็ต้องค่อยๆฝึกฝนและพัฒนาทักษะความสามารถนั้นไปจนเราเก่งในที่สุดเพื่อเป็นการปิดจุดอ่อนของเรา


5.สร้างทัศนคติที่โดดเด่น
เมื่อเราทำงานไปเราก็จะรู้สึกทุกคนมีทัศนคติในการทำงานที่แตกต่างกันเราจำเป็นต้องทัศนคติในการทำงานในแง่บวกเพื่อการทำงานที่ทำได้อย่างเต็มที่และทัศนคติของเราต้องมีความเป็นตัวของตัวเองโดยไม่ต้องตามใครเช่นเราชอบการทำงานที่มีความละเอียดรอบคอบเราก็ทำงานของเราให้มีความละเอียดรอบคอบเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าเรามีทัศนคติในการทำงานอย่างไรเป็นต้น


6.ควบคุมสติและลดอาการตื่นเต้น
เมื่อเราต้องนำเสนองานชิ้นแรกสิ่งแรกที่เราควรทำคือตั้งสติเพราะเมื่อเรามีสติแล้วไม่ว่าจะมีปัญหาเฉพาะหน้าอะไรเราก็สามารถแก้ไขได้ทันทีถ้าเราไม่มีสติตอนนั้นเราก็อาจจะตอบคำถามของลูกค้าหรือหัวหน้าได้ทำให้เราดูเป็นคนไม่เตรียมพร้อมอะไรเลย

เทคนิคการบริหารเวลา


ไม่ว่าเราจะรวยจนแค่ไหนเราก็ไม่สามารถซื้อเวลาที่ผ่านไปแล้วกลับมาได้ดังนั้นเวลาจึงเป็นสิ่งที่โลกให้ทุกคนเท่าเทียมกันขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้เวลาของเราไปเพื่ออะไรใช้ทำอะไรใครใช้เวลาให้มีประโยชน์มากที่สุดก็จะได้ประโยชน์จากการกระทำเหล่านั้นมากที่สุดไม่ว่าเราจะมีหน้าที่การงานอะไรก็ตามมีฐานะรวยหรือจนถ้าเราไม่เอาแต่โทษโชคชะตาแต่ใช้เวลาที่มีอยู่ทำสิ่งต่างๆให้ดีขึ้นเราก็จะไม่มีทางลำบากอย่างแน่นอนยิ่งเราบริหารเวลาได้ดีมากแค่ไหนเราก็จะได้เปรียบคนอื่นมากเท่านั้น

เทคนิคการบริหารเวลา

1.ปฏิทินชีวิต
-เป้าหมายของชีวิตของเราคืออะไรและเมื่อไหร่
-เราต้องผ่านบันไดกี่ขั้นถึงจะทำเป้าหมายนั้นได้สำเร็จ

2.ปฏิทินประจำปี
-ต้องใช้เวลากี่ปีจึงประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย
-เราต้องเตรียมตัวในแต่ละปีอย่างไรและต้องปฏิบัติชีวิตอย่างไร

3.ปฏิทินประจำเดือน
-งานในรอบเดือนที่เราต้องทำมีอะไรบ้างที่สามารถทำได้โดยไม่ส่งผลเสียต่องานประจำ
-งานอะไรบ้างที่เราต้องทำโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้

4.ปฏิทินประจำวัน

4.1งานที่สำคัญที่เราต้องทำ
 -งานเร่งด่วน
 -งานที่ไม่เร่งด่วน

4.2งานที่เราควรทำเป็นงานรอง
 -งานเร่งด่วน
 -งานที่ไม่เร่งด่วน
 -งานที่เราต้องทำเพื่อพัฒนาทักษะของเรา

ยิ่งเราจัดการกับเวลาที่มีอยู่ของเราได้ดีเท่าไหร่เราก็จะได้เปรียบคนอื่นๆอย่างมากเมื่อเราสามารถจัดการเวลาที่เรามีอยู่เราสามารถใช้เวลาให้คุ้มค่ามากที่สุดได้สังเกตุจากคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่แล้วจะมีการวางแผนจัดการเวลาไว้ก่อนทำอะไรก็ตามแต่

ทำงานด้วยใจที่เต็มร้อย


คนที่ทำงานกินเงินเดือนหรืองานบริษัทเมื่อทำงานไปเรื่อยๆจะเกิดอาการที่เรียกว่าเบื่อหน่ายกับงานที่ทำอยู่ไม่มีแรงใจทำงานในการทำงานเหมือนตอนทำงานแรกๆเพราะเบื่อกับบรรยากาศการทำงานเดิมๆและความไม่ก้าวหน้าในการทำงานทำให้อยากลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัวแต่หากเรามองในอีกมุมหนึ่งคนที่ทำงานกินเงินเดือนมีข้อได้เปรียบคนที่ทำธุรกิจส่วนตัวอยู่หลายอย่างเช่นมีรายได้ที่แน่นอนไม่มีทางล้มละลายเพราะไม่ได้ลงทุนสามารถเปลี่ยนงานเมื่อไรก็ได้แต่ธุรกิจส่วนตัวเมื่อลงทุนไปแล้วก็ต้องต่อไปเรื่อยๆไม่สามารถตัดสินใจเปลี่ยนได้ทันทีทันได้เหมือนงานกินเงินเดือนอีกทั้งงานกินเงินเดือนมีวันหยุดที่แน่นอนแต่ธุรกิจส่วนตัวอาจจะต้องทำงาน24ชม.เพราะเราต้องจัดการทุกอย่างเองทั้งหมด

การทำงานด้วยใจที่เต็มร้อยต้องมีดังนี้

1.ทำงานที่รัก
เมื่อเราทำอะไรที่เราชอบเราจะทำมันได้ดีไม่วาจะเป็นเรื่องการเรียนหรือการทำงานก็ตามแต่สามารถนำมาใช้ได้เหมือนกันเมื่อเรารู้สึกสนุกและหลงใหลในการทำงานเราจะไม่รู้สึกเหนื่อยกับการทำงานเลยเราจะคิดว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องสนุกที่เราต้องทำถ้าเราคิดว่าการทำงานเป็นเรื่องสนุกได้ก็ไม่ต้องกังวลว่าเราจะรู้สึกเหนื่อยหรือเบื่อหน่ายกับการทำงานทำให้งานที่ออกมานั้นสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

2.มีทัศนคติที่ดีในการงาน
ทัศนคติที่ดีมีความสำคัญต่อการทำงานอย่างมากเพราะคนที่ทัศนคติในการทำงานในแง่บวกจะเปรียบเสมือนคลังสมบัติที่พร้อมจะเก็บสิ่งของมีค่าไว้เสมอแตกต่างจากคนที่ทัศนคติในแง่ลบที่พร้อมจะรับสิ่งไม่ดีเข้ามาเก็บไว้เสมอเพราะฉะนั้นทัศนคติที่ดีจึงจำเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ทำงานและต้องการประสบความสำเร็จต่อทั้งเพื่อนร่วมงานงานที่ทำงานและเจ้านายอีกด้วย

3.มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนร่วมงาน
เราต้องมีสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนร่วมงานและเจ้านายต้องมีศิลปะในการชักจูงให้คนที่ทำงานร่วมมือกันทำงานเป็นทีมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่บริษัทได้วางเอาไว้ไม่ถือว่าตัวเองเป็นใหญ่แต่ให้คิดว่าทุกคนมีความสำคัญกับงานที่ทำงานอยู่ไม่ว่าจะมีหน้าที่มากน้อยแค่ไหนก็ตาม

4.พัฒนาความสามารถตัวเองอยู่เสมอ
การพัฒนาตัวเองอยู่เสมอเป็นผลดีต่อตัวเองเพราะเมื่อเรามีความสามารถเพื่อมากขึ้นจากที่เราไม่รู้อะไรเลยก็จะทำให้เราเก่งจากที่เรามีความรู้แค่หนึ่งเมื่อเราตั้งใจเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอสิบก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ขอให้คิดว่าอย่างน้อยเราก็มีงานทำมีเงินเดือนใช้ไม่ควรคิดเบื่อหน่ายหรือน้อยใจว่างานที่อยู่มันไม่ดีหรืออะไรให้คิดซะว่าเป็นการหาประสบการณ์ในการทำงานที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนไม่แน่เราอาจจะชอบมันก็ได้และทำมันได้ดีกว่าเรื่องที่ชอบอีกซะด้วย

7 วิธีการสู่ความสำเร็จในการทำงาน

ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายก็จริงแต่ก็ไม่เกิดความพยายามของคนคนหนึ่งถ้าเรามีความพยายามและตั้งใจแล้วละก็คุณว่าความสำเร็จจะหนีคุณไปไหนได้กัน

7 วิธีการสู่ความสำเร็จในการทำงาน

1. ค้นเป้าหมายของชีวิตให้พบ
เราต้องค้นหาให้พบว่างานแบบไหนที่เราต้องการทำจริงๆงานอะไรที่เราชอบและเราถนัดมากที่สุดโดยการหาเวลาพูดกับตัวเองเสมอว่างานที่เราทำอยู่นั้นเราสามารถทำมันได้เต็มความสามารถที่เรามีหรือไม่ และจะทำอย่างไรเพื่อจะไปให้ถึงจุดนั้นได้

2. มีความสุขกับงานที่ทำ
เมื่อค้นพบแล้วคราวนี้ก็มาสนุกกับงานที่ทำให้เต็มที่เพราะเมื่อเราทำงานด้วยความสนุกงานที่ออกมานั้นก็จะดีตามเราก็จะมีแรงกระตุ้นให้ทำงานนั้นๆให้ดีที่สุดและประสบความสำเร็จให้ได้

3. ความเชื่อมั่น
เพื่อความสำเร็จอย่าลืมที่จะมีความมุ่งมั่นลงไปในงานที่ทำด้วยเพราะเมื่อไรก็ตามที่เรามุ่งมั่นในการทำงานด้วยความขยันบวกกับความเชื่อมั่นในตัวเองและกล้าที่จะคิดและทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่นได้ รับรองได้เลยว่าผลลัพธ์คือความสำเร็จแน่นอนเลยทีเดียว

4. ความคิดสร้างสรรค์
ผู้ที่ประสบกับความสำเร็จมักจะเริ่มต้นด้วยการเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์และถ้าเราใช้ความคิดสร้างสรรค์นั้นมาเป็นตัวช่วยในการทำงานเราก็จะมีไอเดียในการทำงานอยู่เสมอเราจะเป็นที่ต้องการของทุกองค์กรอย่างแน่นอนที่สุดอย่าเพิ่งหยุดคิดแม้วันนี้จะยังไม่ใช่แต่สักวันมันต้องใช่แน่นอน

5. การปรับตัวให้เร็ว
เชื่อว่าเราทุกคนต้องเคยพบกับปัญหาการอยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมงานใหม่ๆที่มีนิสัยที่แตกต่างกันมากจนกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางความสุขในการทำงานอยู่ในขณะนี้ สิ่งที่ต้องทำคือปรับตัวเราจะปรับเปลี่ยนบางอย่างของเราเพื่อให้เข้ากับสังคมในที่ทำงานให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

6. คิดในแง่บวกเสมอ
ไม่นำความผิดพลาดเล็กน้อยๆหรือความผิดพลาดที่ผ่านมาในอดีตมาบั่นทอดพลังในการทำงานและหมั่นคิดหมั่นทำท่าทีให้เป็นบวกเข้าไว้อย่าย่อท้อต่ออุปสรรคยิ้มเข้าไว้แล้วเราจะได้เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานได้ไม่ยากเลย

7. มีความซื่อสัตย์และชอบช่วยเหลือผู้อื่น
รับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองที่ได้รับมอบหมายและช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานทุกครั้งที่มีโอกาสเพราะวันหนึ่งเราอาจจะต้องให้เพื่อนร่วมงานคนนั้นช่วยเหลือเราเหมือนกันและมีน้ำใจอย่างคุณนี่แหล่ะที่ทุกองค์กรต้องการจะทำอะไรก็มีคนคอยสนับสนุนและผลักดันให้เจริญก้าวหน้าเพราะเรามีมิตรภาพที่ดีไม่สร้างศัตรูผูกมิตรอยู่เสมอ