หางาน

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลงประกาศรับสมัครงาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลงประกาศรับสมัครงาน แสดงบทความทั้งหมด

เทคนิคแก้ง่วงในระหว่างการทำงาน

ทุกคนต้องเคยประสบปัญหานี้อย่างแน่นอนการง่วงระหว่างการทำงานสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนจนเราอยากจะหลับซะตรงนั้นแต่ก็ทำไม่ได้เพราะกลัวเจ้านายมาเห็นเข้าจะถูกตำหนิเอาได้เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมานำเสนอวิธีแก้ง่วงระหว่างการทำงานให้คุณกัน
พักสายตา
เป็นอีกวิธีที่ใช้กันได้ทั่วไปและนิยมใช้ในหมู่พนักงานที่ใช้คอมพิวเตอร์อยู่ตลอดเวลาวิธีคือ
1.กวาดสายตาไปรอบๆระหว่างการทำงานอาจจะทุก30นาทีเพื่อให้สายตาได้พักผ่อนจะได้ไม่จ้องจอคอมพิวเตอร์นานจนเกินไปซึ่งอาจจะส่งผลให้สายตาล้า
2.มองไปที่ไกลๆอาจจะมองออกไปทางหน้าต่างโดยพยายามมองที่ไกลๆเป็นวิธีในการให้สายตาที่เหนื่อยล้าจากการจ้องจอคอมพิวเตอร์ได้มองอย่างอื่นบ้าง
3.หลับตาสัก5-10นาทีระหว่างการทำงานไม่ใช่การแอบหลับแต่เป็นการให้สายได้พักผ่อนจากการใช้งานมากๆซึ่งส่งผลช่วยถนอมสายตาของเรา

ยืดเส้นยืดสาย
ในระหว่างการทำงานอาจจะเกิดความเมื่อยล้าซึ่งส่งผลให้ง่วงนอนการยืดเส้นยืดสายจะช่วยให้เราหายง่วงได้เพราะเป็นการไปกระตุ้นร่างกายให้เคลื่อนไหวท่าในการยืดเส้นยืดสายระหว่างการทำงานก็มีอยู่มากมายทั้งบนเก้าอี้หรือระหว่างยืนซึ่งค้นหาได้ตามอินเทอร์เน็ตทั่วไป

ฟังเพลง
ใช้หูฟังสบายๆและเลือกเพลงที่คิดว่าจะกระตุ้นเราไม่ให้หลับไม่ควรจะฟังเพลงผ่านลำโพงเพราะอาจจะรบกวนเพื่อนร่วมงานมีงานวิจัยออกมาว่าการฟังเพลงระหว่างทำงานช่วยให้เกิดสมาธิในการทำงานและงานที่ได้ออกมานั้นมีคุณภาพสูงแต่ก็ขึ้นอยู่กับบุคคลบางคนต้องการที่เงียบๆเพื่อให้เกิดสมาธิเราก็ควรจะรู้ตัวเองว่าเราเป็นแบบไหน

ลุกจากโต๊ะทำงาน
ในระหว่างการทำงานเราอาจจะลุกเดินไปมาอาจจะไปเข้าห้องน้ำหรือเดินไปคุยกับเพื่อนร่วมงานเพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวเป็นการแก้ง่วงอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลสูงแต่ไม่ควรจะลุกบ่อยจนเกินไปเพราะอาจจะรบกวนเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆจากการวิจัยพบว่าการเดินเป็นเวลา10-20นาทีช่วยเพิ่มพลังงานในการทำงานได้ส่งผลให้การทำงานนั้นทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ล้างหน้าล้างตา
ถ้าเกิดคุณง่วงระหว่างการทำงานคุณอาจจะลุกไปห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นการล้างหน้าล้างตาจะช่วยให้เกิดการกระตุ้นร่างกายให้กำลังในการทำงานเพิ่มขึ้นการดื่มน้ำระหว่างการทำงานก็เป็นอีกวิธีหนึ่งซึ่งน้ำจะเข้าไปช่วยเพิ่มออกซิเจนให้สมองทำให้สมองสั่งการทำงานของส่วนต่างๆของร่างกายได้ดีช่วยให้การทำงานนั้นมีประสิทธิภาพ

กินของเปรี้ยว
จากการศึกษาพบว่าการกินของเปรี้ยวจะช่วยให้ร่างกายตื่นอยู่ตลอดเวลาซึ่งคนขับรถบรรทุกจะใช้วิธีนี้ในการขับรถไกลๆซึ่งสามารถนำมาใช้กับการทำงานได้เช่นกินมะม่วงเปรี้ยวกินลูกอมเปรี้ยวๆเป็นต้นซึ่งของเปรี้ยวจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของสมองทำให้รู้สึกตื่นอยู่ตลอดเวลา


นอนพัก
ในระหว่างพักกลางวันถ้าเกิดคุณรับประทานอาหารกลางวันเร็วคุณอาจจะรีบขึ้นมางีบหลับก่อนสัก15นาทีเพื่อเป็นการพักผ่อนร่างกายทำให้เมื่อตื่นมาเราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทำงานได้อย่างเต็มที่

ระหว่างหางาน เราควรจะศึกษาให้ดีก่อนว่าบรรยากาศในที่ทำงานนั้นเป็นยังไงและบริษัทที่ลงประกาศรับสมัครงาน นั้นมีลักษณะอย่างไรทำงานเกี่ยวกับอะไรเพื่อให้เราได้งานที่ตรงใจและตรงความสามารถเราที่สุดถ้าบริษัทที่หาคนทำงานนั้นมีการเปิดให้เยี่ยมชมบริษัทเราก็ควรเข้าไปศึกษาก่อนว่าบริษัทเป็นยังไง

ปัญหาสำหรับคนเพิ่งเรียนจบ อายุน้อยหรือไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน

นักศึกษาจบใหม่ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาในการหางาน เพราะว่าบริษัทส่วนมากต้องการผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงาน และมีอายุที่มาก ซึ่งทำให้นักศึกษาจบใหม่ตกงานกันเยอะนั้นเอง

นักศึกษาจบใหม่จะประสบปัญหาในการหางานมากกว่าคนที่มีประสบการณ์ ทั้งในเรื่องการสัมภาษณ์งานคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานก็ทำได้ดีกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วนักศึกษาจบใหม่จึงไม่มีโอกาสเข้าทำงาน เพื่อที่จะเป็นผู้มีประสบการณ์ในการทำงานสักที


กลับกัน สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการสมัครงานมาก่อน ก็จะประสบความสำเร็จและไม่มีปัญหา เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว เราจะต้องทำอย่างไรเมื่อเราเป็นนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังหางานทำ วิธีที่ดีที่สุดในการแสดงให้บริษัทเห็นว่า เรามีคุณสมบัติที่เหมาะสม ผู้ที่จะไปสมัครงานควรมีคุณสมบัติดังนี้
-เดินทางไปไหนก็ได้ตามที่ได้รับมอบหมาย
-ค้นคว้าหาความรู้เพื่อนำมาพัฒนาองค์กร
-มีพลังในการทำงาน
-สามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกษ์ใช้ได้
-เรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวได้ง่าย

 สิ่งที่บริษัทต้องการจากเรา
1.ผู้สมัครต้องการจะทำงานกับบริษัทจริง
2.มีความขยันและซื่อสัตย์
3.มีรักในองค์กร
4.มีความสุภาพ

เตรียมตัวอย่างไรเพื่อหางานเมื่อเรียนจบ
การเตรียมตัวที่ดีทำให้มีชัยไปกว่าครึ่ง การสมัครงานก็เช่นกัน การที่เราศึกษาข้อมูลก่อนสมัครงาน จะทำให้เรารู้ว่าบริษัทนั้นทำเกี่ยวกับอะไรมีข้อดี ข้อเสียอย่างไรงานที่เราจะสมัครนั้นเหมาะสมกับเราหรือไม่ เพราะถ้าเราไม่ศึกษาข้อมูลให้ดี แล้วเราได้รับเลือกเข้าทำงาน เราอาจจะทำงานได้ไม่บรรลุเป้าหมายของบริษัท มีส่วนให้ถูกไล่ออกและต้องมานั่งหางานใหม่อีกครั้ง

ค้นหาตัวเอง
ก่อนที่จะสมัครงานหรือเลือกแนวทางอาชีพใดๆ เราควรจะรู้ตัวเองก่อนว่าชอบทางด้านไหน ชอบทำอะไรโดยศึกษาจากชีวิตประจำวัน เช่น นายAชอบเล่นคอมพิวเตอร์มากและรู้ว่าตัวเอง มีความสามารถในด้านนี้เป็นพิเศษ จึงได้เลือกเรียนทางด้าน IT และพอจบมานาย A ก็เลือกที่จะทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ ตัวอย่างข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ถ้าเรารู้ตัวเองว่าเราชอบอะไรเราก็ต้องพยายามทำมันให้เต็มที่

ความสามารถ/ผลงาน
ความสามารถพิเศษนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เราพิเศษกว่าผู้สมัครงานอื่นๆ ยิ่งเรามีความสามารถพิเศษตรงตามที่บริษัทต้องการแล้วละก็ โอกาสในการที่บริษัทจะรับเราเข้าทำงานก็จะยิ่งสูงตาม ผลงานที่เคยทำมาทั้งในระหว่างเรียนหรือระหว่างทำงาน มีส่วนให้บริษัทสนใจในตัวเรามากยิ่งขึ้นเป็นส่วนที่บ่งบอกว่าเราทำอะไรได้บ้าง และส่งผลให้เราได้รับประโยชน์จากส่วนนี้


สำหรับนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังจะหางาน หากเป็นเมื่อก่อนก็จะต้องไปสมัครงาน หรือ หางานตามหนังสือพิมพ์แต่ปัจจุบันแต่ solution ที่ช่วยในการหางานให้ง่ายขึ้นเช่นเว็บไซต์หางาน ที่มีประกาศรับสมัครงานของบริษัทต่างๆมาลงอยู่แล้วซึ่งเราสามารถสมัครงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีเว็บไซต์ลักษณะนี้ให้บริการอยู่เช่น jobcity.com ซึ่งจะทำให้การหางานง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย



เลือกผู้สมัครงานยังไง ให้ได้คนที่"ใช่"

การหาคนทำงานในตำแหน่งต่างๆในแต่ละครั้ง บริษัทอาจเคยพบปัญหา และ ไม่แน่ใจเกี่ยวกับผู้ที่มาสมัครงาน ที่ได้กรอกประวัติ และ เขียนคุณสมบัติไว้ว่าจะทำได้จริงอย่างที่ได้เขียนไว้ในใบสมัครหรือไม่ และ ไม่รู้ว่าเป็นคนอย่างไร ผลสำวจเรื่องความมั่นใจในการตัดสินใจรับคนเข้าทำงานส่วนใหญ่กล่าวว่า 50% จะรู้ว่าเลือกคนถูกหรือไม่ก็ต่อเมื่อได้รับเข้ามาทำงานแล้วในช่วงเวลาประมาณ 3-6 เดือน หรือ ในช่วงทดลองงาน
จากเหตุการณ์ข้างต้นจะเห้นว่า ปัญหาที่แท้จริงของการคัดเลือกคนเข้ามาทำงาน อยู่ที่มาตรฐานและวิธีการรับคน และผู้สัมภาษณ์หลายๆท่าน ยังใช้วิธียอดฮิตในการสัมภาษณ์คือ ใช้คำถามปิด คำถามกว้างๆ หรือไม่ก็คำถามยอดฮิตที่ผู้สมัครได้เตรียมตัวมาแล้ว ซึ่งก็ไม่แปลกที่ผู้สัมภาษณ์จะเกิดความสงสัยว่าคนที่มาสมัครงาน จะทำได้จริงอย่างที่พูด หรือ มีทัศนคติ นิสัยอย่างไร

1.กำหนดคุณสมบัติ ขั้นต่ำ สำหรับงานนั้นๆไว้เสมอ
การกำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำ ก็เพื่อให้ได้คนที่สามารถเข้าใจ และ รับผิดชอบหน้าที่ของแต่ละตำแหน่งได้ เช่น ประสบการณ์ในการทำงาน การศึกษา แต่ก็ต้องแยกให้ออกระหว่าง ระดับการศึกษาที่จำเป็น กับ ระดับการศึกษาที่อยากให้มี เพราะถึงแม้ว่า ผู้สมัครจะไม่ได้จบการศึกษามาสูง แต่มีประสบการณ์ในการทำงานในตำแหน่งนั้นมากกว่าผู้ที่จบการศึกษาสูง ก็สามารถทำให้ทำงานที่ได้รับมอบหมาย สำเร็จลุล่วงได้ดีกว่าผู้สมัครที่จบสูงกว่าเช่นกัน

2.หาผู้ที่เหมาะกับงานนั้นๆอยู่เสมอ
มีอยู่หลายวิธีที่จะค้นหาคนที่เหมาะกับงาน เช่น สรรหาบุคลากรจากในบริษัทก่อน เนื่องจากว่า คนที่ทำงานอยู่ในบริษัทอยู่แล้ว ย่อมมีความเข้าใจในการดำเนินงานของบริษัท ดีกว่าคนที่รับเข้ามาใหม่ หรือ ลงประกาศกับสื่อโฆษณาที่เหมาะสม เช่น การลงประกาศตามเว็บไซต์หางาน เนื่องจากมีผู้ที่ต้องการหางานเข้ามามองหางานจากเว็บไซต์เหล่านี้เป็นจำนวนมาก อาจจะทำให้บริษัทได้คนไวขึ้นอีกด้วย

3.เน้นการถามผู้สมัครงานว่า "ทำไม . . . "
การถามในลักษณะนี้ เป็นการถามเพื่อให้รู้ถึงวิธีคิด ทัศนคติของผู้ที่มาสมัครงาน แต่หากเป็นการสัมภาษณ์ร่วมกันหลายคน ผู้ที่สัมภาษณ์ควรใช้คำถามที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละคน แต่เป็นคำถามในรูปแบบเดียวกันเพื่อดูทัศนคติและการให้เหตุผลในแต่ละคน

ลงประกาศรับสมัครงานบนเว็บไซหางานต์ดีอย่างไร ?




หลายบริษัทสงสัยว่า ทำไมต้องลงประกาศรับสมัครงานกับเว็บไซต์หางาน ทั้งๆที่เราปิดป้ายประกาศเอาหน้าบริษัก็ได้หนิ แล้วถ้าเกิดลงประกาศไป เราจะได้คนมาจริงๆหรอ ?
มีคำถามอีกมากมายครับ ที่ผมถูกถามจากเพื่อนๆที่ทำงานด้าน HR หรือแผนกบุคคลในบริษัทต่างๆ และผมเชื่อว่าอีกหลายคนก็กำลังสงสัยแบบเดียวกันนี้เหมือนกัน
สำหรับหลายๆคนที่สงสัย ผมจะบอกให้ครับว่า การลงประกาศรับสมัครงานกับเว็บไซต์หางานดีอย่างไร

อย่างแรกเลยนะครับ
ในโลกสมัยนี้ ไม่ว่าที่ไหนก็มี Internet กันแล้วทั้งนั้น และอีกอย่างหนึ่งคือ ผู้สมัครงานส่วนใหญ่ที่ถามๆมามักจะไม่ค่อยไปเดินสมัครงานตามบริษัทอีกแล้ว เพราะฉะนั้น ลืมเรื่องกระแปะประกาศไว้หน้าบริษัทได้เลย ต่อให้คิดว่าอาจจะมีคนเดินผ่านไปผ่านมาเห็นบ้าง แต่ก็มีจำนวนน้อยที่จะตรงกับที่เค้าหรือว่าบริษัทของเราต้องการ
ข้อดีอย่างที่สองคือ
การลงประกาศรับสมัครงานกับเว็บไซต์หางานนั้น สามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ทั่วโลกซึ่งบริษัทของคุณสามารถที่จะได้คนที่มีความสามารถมาทำงานด้วยได้ ซึ่งจากที่ผมแนะนำเหล่าเพื่อนๆ HR ไปแล้วนั้นส่วนใหญ่จะกลับมาบอกว่า ดีกว่าที่คิดไว้ แทบทุกราย
สุดท้าย
ถ้าคุณใช้บริการกับเว้บไซต์หางานที่ไม่จำกัดการค้นหาใบประวัติของผู้สมัครแล้ว คุณสามารถหาประวัติที่มีคนฝากไว้ได้เลยโดยไม่ต้องรอให้มีคนเข้ามาฝากประวัติอีกด้วย (ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัวเลย)

สุดท้ายก็อยากจะแนะนำเว็บไซต์หางานที่เคยใช้บริการอยู่บ่อยๆหน่อยครับ พอดีว่าประทับใจในการบริการของ Jobcity.com
สำหรับใครที่สนใจหรือกำลังหางานอยู่เข้าไปฝากประวัติกันได้เลยนะครับ มีบริษัทอีกมากกำลังรอคุณไปทำงานอยู่ >>หางานสมัครงาน<<
สำหรับเพื่อนๆ HR ที่กำลังหาคนอยู่ ไปลองใช้บริการกันได้นะครับหรือดูข้อมูลได้ที่
>>ลงประกาศรับสมัครงาน<<