ตลาดงานในปัจจุบันต้องการคนแบบไหนกัน
ในอดีตบริษัทส่วนใหญ่จะรับคนเข้าทำงานแล้วให้มาฝึกงานก่อนจะรับเข้าทำงานจริง แต่ในปัจจุบันบริษัทต่างๆได้เปลี่ยนแนวคิดในการรับคนเข้าทำงาน จากการที่รับคนเข้ามาทำงานแล้วฝึกงานให้เปลี่ยนเป็นรับคนที่มีทักษะในการทำงานอยู่แล้วเข้ามาทำงานเพื่อลดเวลาในการสอนงานลดความเสี่ยงที่บริษัทจะได้รับจากงานที่ล้มเหลวดังนั้นผู้สมัครงานในปัจจุบันจึงต้องเข้าใจก่อนว่าบริษัทนั้นต้องการอะไรและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง5ข้อต่อไปนี้เป็นสิ่งที่บริษัทในปัจจุบันต้องการจากคนสมัครงาน
ข้อที่1 พิจารณาจากประสบการณ์ของเรา
ประสบการณ์ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานอย่างมากยิ่งเรามีประสบการณ์ในการทำงานมากเท่าไร ประวัติของเราก็จะดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น HRส่วนมากจะดูประสบการณ์ของเราเป็นสิ่งแรกๆเพราะถ้าHRเลือกคนที่ไม่มีประสบการณ์มาทำงานก็จะเสียเวลาในการสอนงานและเงินทองที่ต้องใช้ถ้าเกิดเหตุผิดพลาดใดๆ ดังนั้นHRจะเลือกคนที่มีประสบการณ์สูงเข้ามาทำงานโดยเฉพาะในตำแหน่งที่สำคัญที่ต้องการคนที่มีประสบการณ์สูงเข้ามาทำงาน
ข้อที่2 พิจารณาจากเกรดเฉลี่ย
นักศึกษาส่วนใหญ่อาจจะไม่สนใจว่าเกรดเฉลี่ยของตนนั้นเป็นอย่างไรเพราะเห็นว่าไม่สำคัญแต่คุณคิดผิดเพราะเกรดเฉลี่ยนั้นเป็นสิ่งที่บริษัทพิจารณาเป็นอันดับต้นๆถ้าเกรดเฉลี่ยของเราสูงกว่าผู้สมัครคนอื่นเราก็จะมีโอกาสได้รับเลือกเข้าทำงานสูงเช่นกันเพราะฉะนั้นคนที่กำลังศึกษาอยู่ควรตั้งใจเรียนและทำเกรดเฉลี่ยให้สูงๆเข้าไว้
ข้อที่3 พิจารณจากความคิดความอ่านต่อองค์กร
องค์กรต้องการคนที่แนวคิดเหมือนกับที่องค์กรคิดเพราะมันเป็นตัวช่วยให้งานขององค์กรประสบความสำเร็จได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเช่นองค์กรต้องการคิดค้นยาที่รักษาคนยากจนให้ฟรีเราก็ต้องการที่จะช่วยคนยากจน เป็นต้นส่วนนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่หลายคนอาจจะมองข้ามแต่ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้นเป็นสิ่งที่ช่วยให้เป้าหมายในการทำงานนั้นประสบความสำเร็จได้เร็วยิ่งขึ้น
ข้อที่4 พิจารณาจากบุคลิกภาพของผู้สมัคร
ในปัจจุบันไม่ว่างานอะไรก็มีการติดต่อลูกค้าอยู่เสมอสิ่งที่ทำให้ลูกค้าประทับใจเป็นอย่างแรกคือผู้ที่มาติดต่อด้วยต้องมีบุคลิกภาพที่ดีแต่งตัวสะอาดสุภาพนอบน้อมก่อนที่บริษัทจะรับใครเข้าทำงานก็เรียกมาสัมภาษณ์เพื่อสังเกตบุคลิกภาพว่าเป็นคนเช่นไรถ้าเราสอบผ่านเราก็จะได้รับเลือกเข้าทำงาน
ข้อที่5 พิจารณาจากกิจกรรมที่เคยทำมา
การทำกิจกรรมมากเป็นตัวบอกว่าคุณมีความเป็นผู้นำหรือมีความกล้าแสดงออกอยู่สูงถ้าเราเขียนมันลงไปในresumeประวัติของเราจะดูน่าสนใจยิ่งขึ้นการได้รับเลือกเข้าทำงานก็จะมีสูงมากกว่าคนที่ไม่เคยทำกิจกรรมใดๆ
ทั้ง5ข้อที่กล่าวมาเป็นสิ่งที่บริษัทส่วนใหญ่ในปัจจุบันต้องการจากคนสมัครงานคนสมัครงานก็ต้องปรับตัวตามกลไกต่างๆที่เกิดขึ้นใหม่ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ว่าเราจะทำอะไรเราต้องตั้งใจทำให้มากที่สุดถึงแม้ว่าการ สมัครงาน ในปัจจุบันจะเป็นเรื่องที่การแข่งขันกันสูงแต่ถ้าเราตั้งใจหางานการหางานก็ไม่ใช่เรื่องยากเพียงแค่เราต้องรู้จักสังเกตว่าบริษัทนั้นๆหาคนทำงานอยู่หรือเปล่าถ้าหาคนทำงานอยู่เราก็ต้องรีบคว้าโอกาสนั้นไว้อย่าให้มันหลุดลอยไป
งานใหม่ไม่ใช่ อยากกลับไปทำงานเก่าทำอย่างไร
การที่เราทำงานในที่ใหม่แล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่เลยอยากกลับไปทำงานที่บริษัทเก่าไม่ใช่เรื่องแปลกแต่คุณต้องมั่นใจว่า บริษัทเก่านั้นไม่ได้จ้างพนักงานใหม่มาแทนที่คุณและคุณมีคุณค่าพอที่จะกลับไปทำงานให้บริษัทเก่าไม่ใช่เพียงเพราะว่าคุณไม่มีทางออกอื่นมีเทคนิคง่ายๆอยู่ดังนี้
เตรียมเหตุผลให้นายจ้าง
การที่คุณออกจากงานเก่ามีทั้งหลายสาเหตุทั้งอยากได้ความก้าวหน้าหรือมีปัญหาในที่ทำงานเหตุผลที่ดีทำให้นายจ้างใจอ่อนได้ ถ้าคุณมั่นใจว่าคุณนั้นมีความสำคัญต่อองค์กรคุณเพียงแค่หาเหตุผลดีๆสักสองถึงสามข้อนายจ้างก็จะรับคุณกลับเข้าทำงานเหมือนเดิม เช่นเหตุผลที่คุณต้องออกจากงานเก่า เพราะว่ามีปัญหากับเพื่อนในที่ทำงานแต่ปัจจุบันคนนั้นได้ออกไปแล้วจึงอยากกลับเข้ามาทำงานใหม่
คิดให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ
การที่คุณออกจากงานเก่าในตอนแรกมีเหตุผลอะไรคุณต้องคิดทบทวนให้ดี ถ้ากลับไปทำงานที่เก่าแล้วเจอปัญหาเดิมคุณจะทนได้หรือไม่เพราะมันอาจจะส่งผลให้คุณต้องออกจากงานอีกครั้ง แต่ถ้าคุณคิดทบทวนแล้วว่าปัญหาในที่ทำงานเก่าคุณจะแก้ไขมันได้อย่างไร ก็ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจแล้วละว่าควรจะลาออกหรือไม่ จากที่ทำงานใหม่
ให้เพื่อนร่วมงานช่วยโน้มน้าวนายจ้าง
ให้เพื่อนในที่ทำงานช่วนกันโน้มน้าวนายจ้างให้จ้างคุณกลับเข้าทำงาน บอกถึงความสามารถของเราและความสำคัญของเราตรงองค์กร ถ้าได้เรากลับมาทำงานจะมีประโยชน์อะไรบ้างการทำแบบนี้มีผลมากต่อการตัดสินใจของนายจ้าง
แสดงความสามารถของตนเอง
เมื่อได้รับกลับเข้ามาทำงานแล้วเราก็ควรแสดงความสามารถให้นายจ้างเห็นว่าคิดถูกแล้วที่รับเรากลับเข้ามาทำงาน เผลอๆถ้าเราทำงานได้ดีเราอาจจะได้รับเงินเดือนเพิ่มเป็นการตอบแทนอีกด้วย แต่ในทางกลับกันถ้าเราได้รับเลือกกลับเข้าทำงานแต่งานที่ทำนั้นแย่ลง อาจจะส่งผลให้เราโดนไล่ออกและต้องสูญเสียงานทั้งสองที่อีกด้วย
โน้นน้าวนายจ้าง
เป็นข้อที่สำคัญที่สุด ถ้าเราสามารถบอกนายจ้างให้เลือกเรากลับเข้ามาทำงานได้ด้วยตัวเองด้วยเหตุผลของเราเองโดยไม่ต้องให้คนอื่นช่วยนายจ้างก็จะเห็นถึงความตั้งใจที่เราอยากจะกลับเข้ามาทำงานให้อีกครั้ง การโน้นน้าวเราควรพูดถึงความสำคัญของเราต่อองค์กรว่าเราสามารถทำงานให้องค์กรได้ดีแค่ไหน ถ้าจ้างคนใหม่งานอาจจะเสียก็ได้ เป็นต้น
ปัญหาสำหรับคนเพิ่งเรียนจบ อายุน้อยหรือไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน
นักศึกษาจบใหม่ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาในการหางาน เพราะว่าบริษัทส่วนมากต้องการผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงาน และมีอายุที่มาก ซึ่งทำให้นักศึกษาจบใหม่ตกงานกันเยอะนั้นเอง
นักศึกษาจบใหม่จะประสบปัญหาในการหางานมากกว่าคนที่มีประสบการณ์ ทั้งในเรื่องการสัมภาษณ์งานคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานก็ทำได้ดีกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วนักศึกษาจบใหม่จึงไม่มีโอกาสเข้าทำงาน เพื่อที่จะเป็นผู้มีประสบการณ์ในการทำงานสักที
กลับกัน สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการสมัครงานมาก่อน ก็จะประสบความสำเร็จและไม่มีปัญหา เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว เราจะต้องทำอย่างไรเมื่อเราเป็นนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังหางานทำ วิธีที่ดีที่สุดในการแสดงให้บริษัทเห็นว่า เรามีคุณสมบัติที่เหมาะสม ผู้ที่จะไปสมัครงานควรมีคุณสมบัติดังนี้
-เดินทางไปไหนก็ได้ตามที่ได้รับมอบหมาย
-ค้นคว้าหาความรู้เพื่อนำมาพัฒนาองค์กร
-มีพลังในการทำงาน
-สามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกษ์ใช้ได้
-เรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวได้ง่าย
สิ่งที่บริษัทต้องการจากเรา
1.ผู้สมัครต้องการจะทำงานกับบริษัทจริง
2.มีความขยันและซื่อสัตย์
3.มีรักในองค์กร
4.มีความสุภาพ
เตรียมตัวอย่างไรเพื่อหางานเมื่อเรียนจบ
การเตรียมตัวที่ดีทำให้มีชัยไปกว่าครึ่ง การสมัครงานก็เช่นกัน การที่เราศึกษาข้อมูลก่อนสมัครงาน จะทำให้เรารู้ว่าบริษัทนั้นทำเกี่ยวกับอะไรมีข้อดี ข้อเสียอย่างไรงานที่เราจะสมัครนั้นเหมาะสมกับเราหรือไม่ เพราะถ้าเราไม่ศึกษาข้อมูลให้ดี แล้วเราได้รับเลือกเข้าทำงาน เราอาจจะทำงานได้ไม่บรรลุเป้าหมายของบริษัท มีส่วนให้ถูกไล่ออกและต้องมานั่งหางานใหม่อีกครั้ง
ค้นหาตัวเอง
ก่อนที่จะสมัครงานหรือเลือกแนวทางอาชีพใดๆ เราควรจะรู้ตัวเองก่อนว่าชอบทางด้านไหน ชอบทำอะไรโดยศึกษาจากชีวิตประจำวัน เช่น นายAชอบเล่นคอมพิวเตอร์มากและรู้ว่าตัวเอง มีความสามารถในด้านนี้เป็นพิเศษ จึงได้เลือกเรียนทางด้าน IT และพอจบมานาย A ก็เลือกที่จะทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ ตัวอย่างข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ถ้าเรารู้ตัวเองว่าเราชอบอะไรเราก็ต้องพยายามทำมันให้เต็มที่
ความสามารถ/ผลงาน
ความสามารถพิเศษนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เราพิเศษกว่าผู้สมัครงานอื่นๆ ยิ่งเรามีความสามารถพิเศษตรงตามที่บริษัทต้องการแล้วละก็ โอกาสในการที่บริษัทจะรับเราเข้าทำงานก็จะยิ่งสูงตาม ผลงานที่เคยทำมาทั้งในระหว่างเรียนหรือระหว่างทำงาน มีส่วนให้บริษัทสนใจในตัวเรามากยิ่งขึ้นเป็นส่วนที่บ่งบอกว่าเราทำอะไรได้บ้าง และส่งผลให้เราได้รับประโยชน์จากส่วนนี้
สำหรับนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังจะหางาน หากเป็นเมื่อก่อนก็จะต้องไปสมัครงาน หรือ หางานตามหนังสือพิมพ์แต่ปัจจุบันแต่ solution ที่ช่วยในการหางานให้ง่ายขึ้นเช่นเว็บไซต์หางาน ที่มีประกาศรับสมัครงานของบริษัทต่างๆมาลงอยู่แล้วซึ่งเราสามารถสมัครงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีเว็บไซต์ลักษณะนี้ให้บริการอยู่เช่น jobcity.com ซึ่งจะทำให้การหางานง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย
นักศึกษาจบใหม่จะประสบปัญหาในการหางานมากกว่าคนที่มีประสบการณ์ ทั้งในเรื่องการสัมภาษณ์งานคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานก็ทำได้ดีกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วนักศึกษาจบใหม่จึงไม่มีโอกาสเข้าทำงาน เพื่อที่จะเป็นผู้มีประสบการณ์ในการทำงานสักที
กลับกัน สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการสมัครงานมาก่อน ก็จะประสบความสำเร็จและไม่มีปัญหา เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว เราจะต้องทำอย่างไรเมื่อเราเป็นนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังหางานทำ วิธีที่ดีที่สุดในการแสดงให้บริษัทเห็นว่า เรามีคุณสมบัติที่เหมาะสม ผู้ที่จะไปสมัครงานควรมีคุณสมบัติดังนี้
-เดินทางไปไหนก็ได้ตามที่ได้รับมอบหมาย
-ค้นคว้าหาความรู้เพื่อนำมาพัฒนาองค์กร
-มีพลังในการทำงาน
-สามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกษ์ใช้ได้
-เรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวได้ง่าย
สิ่งที่บริษัทต้องการจากเรา
1.ผู้สมัครต้องการจะทำงานกับบริษัทจริง
2.มีความขยันและซื่อสัตย์
3.มีรักในองค์กร
4.มีความสุภาพ
เตรียมตัวอย่างไรเพื่อหางานเมื่อเรียนจบ
การเตรียมตัวที่ดีทำให้มีชัยไปกว่าครึ่ง การสมัครงานก็เช่นกัน การที่เราศึกษาข้อมูลก่อนสมัครงาน จะทำให้เรารู้ว่าบริษัทนั้นทำเกี่ยวกับอะไรมีข้อดี ข้อเสียอย่างไรงานที่เราจะสมัครนั้นเหมาะสมกับเราหรือไม่ เพราะถ้าเราไม่ศึกษาข้อมูลให้ดี แล้วเราได้รับเลือกเข้าทำงาน เราอาจจะทำงานได้ไม่บรรลุเป้าหมายของบริษัท มีส่วนให้ถูกไล่ออกและต้องมานั่งหางานใหม่อีกครั้ง
ค้นหาตัวเอง
ก่อนที่จะสมัครงานหรือเลือกแนวทางอาชีพใดๆ เราควรจะรู้ตัวเองก่อนว่าชอบทางด้านไหน ชอบทำอะไรโดยศึกษาจากชีวิตประจำวัน เช่น นายAชอบเล่นคอมพิวเตอร์มากและรู้ว่าตัวเอง มีความสามารถในด้านนี้เป็นพิเศษ จึงได้เลือกเรียนทางด้าน IT และพอจบมานาย A ก็เลือกที่จะทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ ตัวอย่างข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ถ้าเรารู้ตัวเองว่าเราชอบอะไรเราก็ต้องพยายามทำมันให้เต็มที่
ความสามารถ/ผลงาน
ความสามารถพิเศษนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เราพิเศษกว่าผู้สมัครงานอื่นๆ ยิ่งเรามีความสามารถพิเศษตรงตามที่บริษัทต้องการแล้วละก็ โอกาสในการที่บริษัทจะรับเราเข้าทำงานก็จะยิ่งสูงตาม ผลงานที่เคยทำมาทั้งในระหว่างเรียนหรือระหว่างทำงาน มีส่วนให้บริษัทสนใจในตัวเรามากยิ่งขึ้นเป็นส่วนที่บ่งบอกว่าเราทำอะไรได้บ้าง และส่งผลให้เราได้รับประโยชน์จากส่วนนี้
สำหรับนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังจะหางาน หากเป็นเมื่อก่อนก็จะต้องไปสมัครงาน หรือ หางานตามหนังสือพิมพ์แต่ปัจจุบันแต่ solution ที่ช่วยในการหางานให้ง่ายขึ้นเช่นเว็บไซต์หางาน ที่มีประกาศรับสมัครงานของบริษัทต่างๆมาลงอยู่แล้วซึ่งเราสามารถสมัครงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีเว็บไซต์ลักษณะนี้ให้บริการอยู่เช่น jobcity.com ซึ่งจะทำให้การหางานง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย
การสัมภาษณ์งานมีกี่ประเภท...ที่เราต้องรู้
ประเภทของการสัมภาษณ์งานที่ควรรู้
การสัมภาษณ์งานนั้นมีอยู่หลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับว่า ตำแหน่งงานนั้นมีความสำคัญเพียงใดการสัมภาษณ์งานนั้นแบ่งออกได้เป็น
1.แบบตัวต่อตัว
เป็นการสัมภาษณ์ที่เป็นที่นิยมที่สุด ซึ่งจะประกอบไปด้วย ผู้สัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์ฝั่งละหนึ่งคนเท่านั้น
2.แบบกลุ่ม
เป็นการสัมภาษณ์ที่นิยมใช้ในการสัมภาษณ์ตำแหน่งงานที่มีความสำคัญ ประกอบไปด้วย ผู้สัมภาษณ์สองคนขึ้นไป ต่อผู้ถูกสัมภาษณ์หนึ่งคน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งงานนั้นๆ
3.ทางโทรศัพท์และวิดีโอ
เป็นการสัมภาษณ์ที่ไม่เป็นที่นิยมเพราะ การสัมภาษณ์ในลักษณะนี้จะไม่รู้ได้เลยว่าผู้สมัครงานมีบุคลิกอย่างไร นิยมใช้ในการสัมภาษณ์ผู้ที่ไม่สะดวกมาสัมภาษณ์ที่บริษัท
ข้อห้ามในการสัมภาษณ์งาน
-ไม่ควรใช้ภาษาไม่สุภาพ
-ไม่ควรโกหก
-ไม่ควรพูดเรื่องที่อ่อนไหวได้ง่าย
-ไม่ควรพูดถึงที่ทำงานเก่าในแง่ลบ
-ไม่ควรพูดมากเกินไป
ข้อควรปฎิบัติในการสัมภาษณ์งาน
-เตรียมตัวให้พร้อมกับคำถาม
-แต่งกายให้สุภาพ
-พูดเสียงดังฟังชัด
-แสดงถึงความกระตือรือร้นในการทำงาน
การสัมภาษณ์งานเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นตัวตัดสินว่าเราจะได้เข้าไปทำงานในบริษัทนั้นๆหรือไม่ การเตรียมตัวที่ดีทำให้มีชัยไปกว่าครึ่ง
เทคนิคการเตรียมตัวสัมภาษณ์ สำหรับคนที่ทำงานที่เดียวแล้วไม่เคยเปลี่ยนงานมาก่อน
ไม่ว่าเราจะเคยสัมภาษณ์งานมาก่อนแต่เราไม่ได้เปลี่ยนงานบ่อย จึงอาจจะลืมไปแล้วว่าการสัมภาษณ์งานต้องทำอย่างไรบ้าง เพราะสิ่งที่เราไม่ได้ทำมานานพอกลับมาทำอีกครั้งก็อาจจะหลงลืมเป็นเรื่องธรรมดาเราจึงมานำเสนอ เทคนิคในการเตรียมตัวสัมภาษณ์งานสำหรับผู้ที่ไม่เคยเปลี่ยนงาน และทำงานเก่ามาอย่างยาวนาน ซึ่งมีดังนี้
1.เตรียมประวัติส่วนตัว
นำประวัติส่วน มาดูซ้ำอีกรอบ ดูข้อมูลต่างๆ ทั้งความสามารถและประสบการณ์ในการทำงาน แล้วเขียนเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูดในการนำเสนอตัวเอง ในขณะสัมภาษณ์งาน เนื้อหาในการพูดไม่ควรยาวจนเกินไป ควรสั้นและกระชับ ทำผู้ฟังสามารถเข้าใจในสิ่งที่เราพูดได้
2.เตรียมเอกสารที่สำคัญ
เอกสารต่างๆที่สำคัญเช่น ประวัติการศึกษา บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ให้นำไปด้วยในการสมัครถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้แต่เราต้องเตรียมพร้อมเสมอ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเราจะมีความละเอียดรอบคอบในสิ่งต่างๆ สมมุติว่าเราไปสัมภาษณ์งาน แล้วบริษัทอาจจะขอดูประวัติการศึกษาตอนนั้นทันที ถ้าเราไม่มีให้ดูอาจจะทำให้เราดูเป็นคนไม่เตรียมพร้อมและไม่มีความรับผิดชอบ ซึ่งอาจส่งผลต่อการรับเข้าทำงาน
3.แต่งกายให้สุภาพ เรียบร้อย
การแต่งกายเป็นสิ่งแรก ที่ผู้สัมภาษณ์จะเห็น ถ้าเราแต่งกายดูดีและถูกกาลเทศะ ซึ่งสิ่งนี้ถึงแม้เป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะบ่งบอกถึงนิสัยในการทำงานด้วย ถ้าเราแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ลูกค้าที่เราไปพบก็คิดว่าเราให้เกียรติเขา แต่ถ้าเราแต่งกายไม่เรียบร้อยเช่น ในเสื้อยืดกางเกงยีนส์ไปพบลูกค้า ลูกค้าก็อาจจะโทรไปตำหนิเรากับเจ้านาย
4.ศึกษาข้อมูลของบริษัท
การที่เราศึกษาข้อมูล ของบริษัทก่อนเข้าไปสัมภาษณ์งานเป็นสิ่งที่แสดงถึงว่าเรา ต้องการที่จะมาทำงานที่บริษัทแห่งนี้ ถ้าเกิดระหว่างการสัมภาษณ์งาน ผู้สัมภาษณ์ถามว่าทำไมเราถึงอยากทำงานที่บริษัทนี้ เราก็สามารถที่จะตอบคำถามได้
5.ฝึกการพูดหน้ากระจก
การฝึกพูดคนเดียวหน้ากระจกหลายคนอาจจะคิดว่าเป้นการกระทำที่บ้าแต่คุณรู้หรือไม่ว่าการพูดหน้ากระจก เป็นการดูพฤติกรรมและปรับปรุงการพูดของเราให้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการไปสัมภาษณ์งาน ยิ่งเราฝึกพูดหน้ากระจกบ่อยๆ มันจะทำให้เราพูดได้คล่องยิ่งขึ้น ทำให้การสัมภาษณ์งานเป็นไปอย่างราบรื่น
6.ศึกษาการเดินทาง
การตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราไปสัมภาษณ์งานไม่ทันคงเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ เพราะฉะนั้นการศึกษาเส้นทางและวางแผนในการเดินทางเพื่อไปสัมภาษณ์งานนั้น จึงเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อยกว่าเรื่องอื่น
เทคนิคข้างต้นเป็นเพียงส่วนนึงในการสัมภาษณ์งาน สำหรับผู้ที่ไม่เคยเปลี่ยนงานมาก่อน สิ่งที่ทำให้คนเราอยากเปลี่ยนงาน ส่วนใหญ่คืออยากได้ความก้าวหน้าในอาชีพ แต่เราต้องไม่ลืมว่ายิ่งเราตำแหน่งสูงเท่าไรความรับผิดชอบก็ยิ่งมากตามด้วยเราขอแนะนำเว็บไซต์ หางาน ที่ได้ความความไว้วางใจจากผู้สมัครงานมากที่สุดว่าถ้าสมัครงานกับที่นี้จะไม่ต้องเปลี่ยนงานอีกต่อไปเพราะงานที่ได้จะตรงใจคุณมากที่สุดบริษัทใหญ่ๆในประเทศก็หาคนทำงานจากเว็บไซต์นี้อยู่มากมาย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)